์ข้อเท็จจริง...เรื่องของถุงยางอนามัย
มาถึงวันนี้ เชื่อว่าแทบทุกคนคงรู้แล้วว่า การใช้ถุงยางอนามัยเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี
ที่มาของโรคร้ายอย่างเอดส์ รวมทั้งโรคทางเพศสัมพันธ์อีกมากมายสารพัดโรค
และการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์ แต่การรู้เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ
ทำอย่างไรจึงจะให้ทุกคนตระหนัก และเตือนตัวเองให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์นั้นต่างหากที่เป็นปัญหาที่ต้องขบคิด
มีคนหลายคู่ที่คิดว่า การใช้ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ต่อกันนั้นทำให้ไม่สามารถไปถึงจุดสุดยอดได้เพราะมีเกราะกำบังมากั้นความรู้สึก
บางคนคิดเลยเถิดไปถึงว่าเป็นการแสดงถึงความไม่บริสุทธิ์ใจ เหมือนกับเป็นการบอกว่าตนนั้น(หรือกลัวว่าอีกฝ่าย)เป็นโรค
กลัวโรคติดต่อ ไม่ไว้ใจกัน การมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างชายหญิงเป็นสัมผัสที่ให้ความรู้สึกลึกซึ้ง
หากมีอุปสรรคทางอารมณ์หรือความไม่ไว้ใจกันมากั้นขวาง หนทางรักก็ไม่เต็มอิ่มอย่างไรอย่างนั้น
แต่...แล้วคนที่คิดแบบนั้นหากลองคิดในทางกลับกันว่า .... หากคุณ หรือคู่
เกิดติดเชื้อโรคที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหลายมาจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามแต่
แล้วนำไปแพร่กระจายใส่คนที่คุณรักล่ะ...นั้นก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นความประสงค์ร้ายที่คุณจะยอมทำกับคนที่คุณรักได้ลงคอเชียวหรือ?
ลองมาดูข้อมูลเหล่านี้กันก่อนเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของถุงยางอนามัยกันมากขึ้นนะครับ
ในการศึกษากับคนที่ติดเชื้อเอชไอวี พบว่า คู่สามีภรรยา ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อเพียงคนเดียว
หากมีการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กัน และทำเป็นประจำโดยตลอดแล้ว
จะมีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีถึงกันต่ำกว่า 1% ต่อปีด้วยซ้ำ
นอกจากเชื้อเอชไอวีแล้ว ยังมีโรคติดต่ออีกมากมายที่สามารถส่งผ่านเชื้อกันได้ทางเพศสัมพันธ์
อย่าง เริม หนองใน ซิฟิลิส แม้กระทั่งโรคไวรัสตับอักเสบบี มีรายงานว่าในประเทศที่มีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นสูง
ตัวเลขจะสวนทางต่อผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่นในเมืองไทยเราถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรกับการรณรงค์ให้คนในแวดวงขายบริการทางเพศให้หันมาใช้ถุงยางอนามัย
เพิ่มจาก 14% ในปี พ.ศ.2532 มาเป็น 94% ในปี พ.ศ.2537 ทำให้ตัวเลขของผู้ที่ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ลดลงจาก
400,000 คนมาเป็น 30,000 คนต่อปีโดยประมาณ เช่นเดียวกับที่ประเทศกัมพูชาที่ตัวเลขอัตราการติดเชื้อเอชไอวีลดลงกว่า
80% เมื่อคนหันมาใช้ถุงยางอนามัยกันมากขึ้น
ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียยังตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้น้อยกว่า
และยังจำเป็นต้องได้รับการรณรงค์ส่งเสริมการใช้ถุงยางฯ กันมากขึ้น หลายๆ
ประเทศถุงยางอนามัยเป็นสิ่งที่หาซื้อได้ยาก ราคาแพง และยังไม่เห็นประโยชน์ของถุงยางอย่างแท้จริง
แม้กระทั่งในกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพขายบริการเองก็ตาม ยังมีปัญหาการผลิตถุงยางอนามัยที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้
เช่นในจีนที่มีคนทำงานด้านขายบริการอยู่ประมาณ 6 ล้านคน หากจะให้ทุกคนใช้ถุงยางฯ
ก็ควรจะผลิตได้นับพันล้านกว่าชิ้นต่อปีหนึ่งๆ หรือในประเทศสหภาพพม่าที่ประเมินว่าควรจะผลิตถุงยางอนามัยได้สัก
50 ล้านชิ้นต่อปี เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศใช้สำหรับการวางแผนครอบครัวหรือการป้องกันโรคติดต่อ
แต่ในความเป็นจริงตัวเลขปริมาณถุงยางที่มีในตลาดของประเทศดังกล่าวยังห่างไกลความต้องการอีกมาก
นับว่าเมืองไทยยังโชคดีกว่าที่ไม่มีปัญหาเรื่องนี้
แต่แม้ต่างชาติจะมองว่าไทยประสบความสำเร็จในการชักชวนให้คนใช้ถุงยางอนามัยกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์
แต่การรณรงค์ก็ยังต้องทำต่อไปอย่างต่อเนื่องแบบหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มชาวบ้านในท้องถิ่น
ชาวเขา เช่น ม้ง หรือละหุ ที่ไม่ค่อยใส่ใจถึงประโยชน์การใช้ถุงยางอนามัย
ทำให้การคุมกำเนิด และควบคุมการแพร่เชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในคนกลุ่มดังกล่าวทำได้ยาก
หรือแม้แต่ในกลุ่มครอบครัวหรือคู่รักที่มีการศึกษาตามเมืองใหญ่ๆ เองก็ตาม
ยังพบว่ามีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยค่อนข้างต่ำ สาเหตุเพราะหลายคู่ยังมีทัศนคติผิดๆ
เกี่ยวกับการใช้ถุงยางฯ นำไปเชื่อมโยงกับความคิดเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ไม่สะอาด
หรือไว้ใจซึ่งกันและกันมากเกินไปว่าอีกฝ่ายไม่มีสัมพันธ์กับคนอื่น
ดังนั้น...หากเราอยากปลอดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หรือการตั้งครรภ์ขณะที่ยังไม่พร้อม และมีความสุขในชีวิตคู่ไปอีกนานๆ
แบบมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง คงต้องเริ่มเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีต่อถุงยางอนามัย
แล้วมองมันในมุมใหม่ ....
ความสุขในชีวิตรักมาจากสัมผัสที่อ่อนโยนลึกซึ้งต่อกันและกันระหว่างคู่
เพียงแค่เยื่อบางๆ ของถุงยางคงไม่ได้ทำให้ความรู้สึกหดหาย แต่กลับช่วยให้คุณต่างมั่นใจในกันและกัน
และมั่นใจต่อกิจกรรมที่กำลังกระทำให้กันมากขึ้น จริงไหมครับ....
คุณรู้หรือไม่?!?
มีใครเคยบอกคุณเกี่ยวกับวิธีการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกวิธีแล้วหรือไม่
.ถ้ายัง
อ่านตรงนี้ก่อน
ก่อนซื้อควรแน่ใจว่าถุงยางอนามัยที่คุณจะซื้ออยู่ในสภาพที่ดี
และยังไม่หมดอายุ
ฉีกซองอย่างระมัดระวัง ไม่ทำให้ถุงยางฉีกขาด
บีบรีดตรงปลายถุงก่อนจะค่อยๆ คลายม้วนขึ้นมาห่อหุ้มอวัยวะเพศที่กำลังแข็งตัว
หลังจากหลั่งอสุจิแล้ว ให้จับตรงขอบถุงยางไว้ แล้วค่อยดึงอวัยวะเพศออกจากถุงขณะที่ยังแข็งตัวอยู่
ห้ามใช้สารหล่อลื่นชนิดที่ผสมน้ำมัน หากจำเป็นต้องใช้ ควรใช้สารหล่อลื่นชนิดที่เข้ากับน้ำ
(water-based lubricants) เช่น เควายเยลลี เป็นต้น
ข้อเสนอแนะสำหรับรัฐบาล ที่จะช่วยส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยให้กับประชาชนได้อย่างไรบ้าง
ปรับราคาให้ต่ำ หรือลดภาษีเพื่อลดราคา
ทำให้คนเลือกซื้อได้ง่าย ด้วยการส่งเสริมให้มีการขายถุงยางมากขึ้น
ในร้านค้า ร้านขายยา สถานบริการ ร้านอาหารประเภท ผับ บาร์ หรือแม้แต่ตู้ระบบหยอดเหรียญอัตโนมัติ
ทำให้คนในสังคมรู้สึกยอมรับว่าการซื้อถุงยางเป็นเรื่องที่ดี
คนจะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ หรืออายที่จะเดินไปซื้อถุงยางอนามัย
จัดอบรมเกี่ยวกับประโยชน์ของถุงยางอนามัยและสอนวิธีใช้
ให้กับประชาชน เริ่มตั้งแต่ในกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษา